บทที่ 5 ตอนที่ 5 ผมมีเรื่องให้ช่วย

รำพึงหันไป เมื่อเห็นว่าเซย์จิ ที่กำลังเดินล้วงกระเป๋ากางเกง เดินออกมาจากในบ้าน ส่วนมะนาวรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง จนไม่กล้าหันกลับไปมอง

“คุณเซย์ ตื่นแล้วเหรอคะ”

“จะไปไหนกันเหรอครับ นี่มันพึ่งจะบ่ายสองเองนะ”

“อ๋อ มะนาวจะกลับหอพักในมหาลัยน่ะค่ะ น้าเลยจะมาเรียกรถให้”

“แต่วันนี้พึ่งจะวันเสาร์เองไม่ใช่เหรอครับ ทำไมรีบกลับจังเลยล่ะ”

เซย์จิหันมามองหน้ามะนาว ซึ่งไม่กล้าสบตาเขา เธอเอาแต่ก้มหน้าดูกระเป๋าของตัวเอง เซย์จิยิ้มออกมาและหันไปเอาใจรำพึงทันที

“เจอน้ารำพึงก็ดีแล้วครับ คือว่าผมมีเรื่องอยากจะให้ช่วยหน่อย”

“มีอะไรเหรอคะคุณเซย์”

“คือว่า… แม่บ้านที่คอนโดผมน่ะสิครับ มีปัญหาชอบขโมยของ วันก่อนผมเลยไล่เธอออกไป ตอนนี้ก็เลยไม่มีคนไปทำความสะอาดให้”

“จริงเหรอคะ! คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้เลยจริง ๆ เอาแบบนี้นะคะ เดี๋ยวน้าจะนั่งรถไปทำให้ดีมั้ยคะ”

“น้ารำพึงไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ แค่ทำงานที่นี่ก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว อีกอย่างผมจะไปแย่งคนของพ่อได้ยังไงกันละครับ ที่นี่กับคอนโดผมก็ไกลอยุ่นะครับ ว่าแต่ลูกสาวของน้ารำพึง ทำงานเก่งเหมือนน้ามั้ยละครับ”

รำพึงหันไปมองมะนาว ที่ยังยืนเฉย ๆ อยู่เหมือนกับก้อนหิน และรีบหันกลับมายิ้มทันที

“จริงด้วยค่ะ! น้าลืมไปเลย มะนาวทำงานพวกนี้ใช้ได้เลยล่ะค่ะ ส่วนเรื่องลักขโมย น้ารับรองได้เลยค่ะว่าไม่มีแน่นอน เรื่องนี้ไว้ใจได้ค่ะ”

“แม่!”

มะนาวหน้าซีดเมื่อหันไปมองหน้าแม่ของเธอ ที่รับปากเซย์จิเป็นเรื่องเป็นราว โดยที่ไม่ได้ถามเธอก่อน

“เอาน่ามะนาว คอนโดของคุณเซย์ก็อยู่ไม่ไกลมหาลัยเท่าไหร่หรอก แกไม่ได้ไปทำทุกวัน แค่แวะไปอาทิตย์ละสามวันก็พอแล้ว ได้ใช่มั้ยคะคุณเซย์”

“แค่นั้นก็พอแล้วครับ คอนโดนั้นผมอยู่คนเดียว บางทีก็ไม่ได้กลับ ไม่ได้สกปรกอะไรมาก เอาเป็นว่า… ตกลงตามนี้นะมะนาว ส่วนเรื่องค่าจ้าง…”

"โอ๊ยไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเซย์ แค่คุณท่านจ่ายค่าเทอมให้มะนาวได้เรียนต่อ และยังให้เงินเดือนให้น้าอีก แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้วค่ะ"

“ไม่ได้หรอกครับน้ารำพึง เอาเป็นว่าผมจ่ายให้มะนาวดีกว่า ครั้งละสองพัน ไปทำความสะอาดให้ฉัน ตกลงมั้ยมะนาว”

“ไม่เยอะไปหน่อยเหรอคะคุณเซย์ นั่นมัน….”

“ค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะครับน้ารำพึง มะนาวก็ยังเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ ต่อไปก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น รับเอาไว้เถอะครับ”

“ขอบคุณนะคะคุณเซย์ มะนาวรีบขอบคุณสิ คุณเซย์อุตส่าห์ไว้ให้นะลูก”

มะนาวถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเซย์จิพูดเหมือนกับเป็นคนใจดีมีเมตตา ที่ให้เธอไปทำงานแม่บ้านที่คอนโดเขา โดยเข้าทางแม่ของเธอ ทำให้มะนาวปฏิเสธไม่ได้

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นรออยู่นี่นะ ไหน ๆ ก็จะไปที่มหาลัยแล้วนี่ ฉันจะพาไปดูห้องเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเรียกรถด้วย”

“อุ๊ย! ไม่กล้ารบกวนคุณเซย์เหรอคะ”

“ไม่หรอกครับ เดี๋ยวพามะนาวไปดูห้องและบอกงานที่ต้องทำเสร็จแล้ว ผมจะเลยไปส่งน้องเองครับ อยู่ไม่ไกลมาก”

รำพึงมองเซย์จิด้วยความซาบซึ้งใจ ทำให้มะนาวยิ่งรู้สึกขนลุก เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างเซย์จิ ไม่มีทางทำดีกับเธอและแม่ของเธอ ด้วยใจที่บริสุทธิ์

“จริงสิมะนาว ขอเบอร์โทรเธอหน่อยสิ จะได้สะดวกเวลาติดต่อกัน แล้วก็… ขอเลขที่บัญชีด้วยนะ”

ที่สุดแล้วเซย์จิก็ขอเบอร์โทรเธอได้ โดยใช้วิธีขอต่อหน้าแม่ของเธอนั่นเอง เธอไม่มีทางที่จะหนีหรือปฏิเสธได้อีก ก็เลยต้องให้เขาไป 

“เลขบัญชี… ใช้เบอร์โทรได้เลยค่ะ”

“แบบนี้ก็ง่ายเลย รออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันไปขับรถมารับ”

“ขอบคุณนะคะคุณเซย์”

“น้ารำพึงอย่าเอาแต่ขอบคุณผมสิครับ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง ไปก่อนนะครับ จริงสิหลังจากที่ผมไปส่งมะนาวแล้ว ผมจะแวะค้างที่คอนโดเลยนะครับ”

“ค่ะ ๆ งั้นป้าไม่ทำอาหารเย็นนะคะ คุณจินตนา เอ่อ… เธอคงออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ เหมือนเดิม”

“ช่างเขาเถอะครับ เอาไว้พ่อกลับมา ผมจะบอกพ่อเอง”

“ค่ะ”

มะนาวรู้สึกหูอื้อตาลาย จนไม่ทันได้ฟังสิ่งที่เขาพูดกับรำพึง เธอคิดไม่ออกเลยว่า จะหนีเขาไปทางไหนได้ ตอนนี้ก็แทบจะไม่มีแรงเดินด้วยซ้ำไป ไม่คิดเลยว่าจู่ ๆ เซย์จิก็นึกสวมหน้ากากเป็นคนดี และเล่นละครตบตาแม่ของเธอ จนรำพึงเชื่อสนิท ส่วนเธอก็น้ำท่วมปาก พูดอะไรออกไปไม่ได้

“ดีจังเลยนะมะนาว แบบนี้แม่ก็หายห่วงแล้วเรื่องค่าขนมแก ถ้าทำความสะอาดคอนโดของคุณเซย์แค่สองวัน ก็แทบจะไม่ต้องหางานอื่นทำ จะได้ไม่เสียการเรียนเลย”

“แม่คะ ทำไมแม่ไม่ถามหนูก่อนล่ะ ไปรับปากเขาแบบนั้นได้ยังไง แม่บ้านรับจ้างมีเยอะแยะไป ยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย”

“แล้วยังไงล่ะ อย่างคุณเซย์น่ะ ไม่คิดอะไรกับแกหรอกน่า เห็นผู้หญิงที่ควงเขามั้ย แต่ละคนสวย ๆ ทั้งนั้น แกก็แค่เด็กกะโปโล เอาเถอะถือว่าเป็นรายได้ระหว่างเรียนนะลูก”

มะนาวเข้าใจแม่ของเธอที่ลำบาก แม้ว่าค่าเล่าเรียนจะแพง และมีพ่อของเซย์จิเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้มะนาว เพราะรำพึงเป็นคนเก่าแก่ของที่บ้าน แต่ค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ก็นับว่าสูงอยู่เมื่อต้องเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่แบบนี้ 

“เอาล่ะรถคุณเซย์มาแล้ว แม่ช่วยยกกระเป๋านะ”

“ไม่ต้องหรอกครับน้ารำพึง ผมเป็นผู้ชายนะครับ เดี๋ยวผมยกเอง กระเป๋ามีแค่นี้เหรอ…มะนาว ของน้อยจังเลยนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป